ใครสั่งไปใช้บ้าง เปิดชื่อร้าน ไลฟ์สดขายสินค้าอันตราย จัดส่งทั่วประเทศนาน 4 ปี เสียหาย 100 ล้าน

Author:

จากกรณีวันที่ 15 กุมาพันธ์ 2567 เจ้าหน้าที่ DSI บุกทลายโกดังของแม่ค้าออนไลน์ชื่อดังเมืองยะลา กระทั่งสามารถยึดของกลางได้จำนวนหลายล้านบาท ซึ่ง เบื้องต้นเจ้าของโกดังยังไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อใดๆ

ต่อมา พ.ต.ต.ยุทธนา ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบข้อมูลว่าบริษัท มากี้ช็อป 2017 จำกัด มีที่ตั้งในพื้นที่จังหวัดยะลา มีพฤติการณ์สงสัยว่ามีการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

โดยการลักลอบจำหน่ายสินค้าหลีกเลี่ยงภาษีอากร และเปิดจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นซื้อ – ขายสินค้าออนไลน์ทางเพจ Facebook ชื่อ MakeeShop และ Tiktok ชื่อ Makeeshopofficial ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งเพจดังกล่าวมีพฤติการณ์ถ่ายทอดสด (live) จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหลายประเภท ได้แก่ หม้อไฟฟ้า กระทะไฟฟ้า กระทะปิ้งย่าง พัดลม เตารีดไอน้ำ หม้อหุงข้าว เตากระทะไฟฟ้า พัดลม พาวเวอร์แบงค์ และ จักรยาน ฯลฯ ซึ่งสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า อันเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

อีกทั้งยังมี สินค้าประเภทเครื่องสำอางที่สาธารณสุขต้องตรวจดูว่าสินค้าดังกล่าวมี อย.หรือไม่ หากระบุเลข อย.ต้องไปตรวจต่อว่าแท้หรือปลอมเนื่องจากว่าการเอาของที่มี อย.เอามาขายต่ำกว่าราคาท้องตลาดมากๆแสดงให้เห็นแล้วว่าอาจจะเป็นสินค้าปลอมก็ได้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกำหนดให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าจะต้องขออนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสียก่อนเพื่อรับรองคุณภาพสินค้าว่าเป็นไปตามมาตรฐานและเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในการที่จะนำไปใช้หรือจำหน่ายต่อและต้องมีเครื่องหมายรับรอง (มอก.)

รวมทั้งการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรต้องผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบว่าสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ บริษัท มากี้ช็อป 2017 จำกัด จำหน่าย ได้ขออนุญาตต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมแต่อย่างใด และในการถ่ายทอดสดมีการพูดต่อสาธารณะว่าสินค้าที่ขายไม่ผ่านสำนักมาตรฐานอุตสาหกรรม

ซึ่งมีผู้ที่ซื้อสินค้าจำนวนมากทั่วประเทศจำนวนกว่าแสนชิ้น และจากการตรวจพบว่าประกอบธุรกิจมาเป็นเวลานาน รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 100 ล้านบาท โดยผลการตรวจค้นเป้าหมายพบพยานหลักฐาน ดังนี้

1.หมายค้นศาลจังหวัดยะลา ที่ 1/2567 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ค้นสถานที่ บ้านเลขที่ 47/57 หมู่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่พักอาศัยและโกดังเก็บสินค้า พบสินค้าซึ่งไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก. จำนวน 70 รายการ รวมจำนวน 1,364 ชิ้น

2.หมายค้นศาลจังหวัดยะลา ที่ 2/2567 ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ค้นสถานที่ บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งมีลักษณะเป็นโกดัง ภายในพบว่ามีเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับผลิตกล่องบรรจุสินค้าส่งจำหน่ายให้กับลูกค้า และบริเวณด้านข้างโกดังพบรถบรรทุกสินค้าซึ่งมีสินค้าอยู่เต็มคันรถเตรียมนำเข้าใส่โกดัง จำนวน 75 รายการ รวมจำนวน 857 ชิ้น

โดยของกลางที่ทำการตรวจยึดได้เป็นยอดขายในแต่ละวัน ซึ่งหากเฉลี่ยแล้วในแต่ละเดือนจะมียอดขายประมาณ 30,000 – 40,000 ชิ้นต่อเดือน ประกอบพยานเอกสารการสั่งซื้อและขายที่ตรวจยึดได้ในที่เกิดเหตุซึ่งพบว่าได้ประกอบธุรกิจมาเป็นระยะเวลา 4 ปีกว่า โดยไม่มีอาชีพอื่นใด

พฤติการณ์และการกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรมพ.ศ.2566 มาตรา 48 และ มาตรา 48 ทวิ และความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242 มาตรา 243 และ มาตรา 244 ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศ กคพ. (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2565

เรื่อง กำหนดรายละเอียดของลักษณะของการกระทำความผิดที่เป็นคดีพิเศษตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ตามบัญชีท้าย ข้อ 8 และข้อ 13ซึ่ง เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะได้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามข้อสั่งการของพันตำรวจตรี ยุทธนา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการมุ่งคุ้มครองความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกาย และสุขภาพอนามัยของประชาชนซึ่งเกิดอันตรายจากการใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งคณะพนักงานสืบสวนจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการร่วมกันอย่างต่อเนื่องต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *